หน่อโพธิ์ แทรเวล ทัวร์แสวงบุญ ศิลปวัฒนธรรม

หน่อโพธิ์ แทรเวล ทัวร์แสวงบุญ ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยวเจาะลึก เดินทางสุขใจ สร้างสรรค์เส้นทางใหม่ๆ เพื่อนักเดินทาง

"หน่อโพธิ์ แทรเวล" ชื่อนี้มีที่มาจาก "โพธิ์" ต้นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของคุณธรรมและปัญญา ใต้ร่มเงาของโพธิ์เป็นที่พักผิงคลายร้อนของผู้แรมทางฉันใด "หน่อโพธิ์ แทรเวล" ก็มีเป้าหมายจะเติบโตขึ้น ให้มีคุณประโยชน์เหมือนดังต้นโพธิ์ เราจึงมุ่งมั่นทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ จริงใจ และนำเสนองานคุณภาพ เพื่อความสุขอย่างมีคุณค่าแก่ทุก ๆ ท่าน

2 วันที่แล้ว เป็นเทศกาลโฮลีของอินเดีย คนไทยไม่น้อยนิยมไปร่วมเล่นสาดสีกับเขาด้วย ...ในอดีตจะเป็นเทศกาลของชนวรรณะศูทร แต่ป...
16/03/2025

2 วันที่แล้ว เป็นเทศกาลโฮลีของอินเดีย คนไทยไม่น้อยนิยมไปร่วมเล่นสาดสีกับเขาด้วย ...

ในอดีตจะเป็นเทศกาลของชนวรรณะศูทร แต่ปัจจุบันได้รับความนิยมแพร่หลายไปสู่คนอินเดียทุกเพศวัย ทุกวรรณะ และทุกลัทธิศาสนา จนถูกจัดอันดับให้เป็นเทศกาลยอดนิยมอันดับ ๒ รองจาก Diwali เลยทีเดียว
กำหนดของเทศกาลในแต่ละปีตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ (ปี ๒๕๖๖ จึงตรงกับวันศุกร์ที่ ๑๓ มีนาคม)

โดยปกติแล้ววันแรกจะเป็นวันบูชาเทพ ซึ่งจะต้องทำพิธี Holika Dhahan มีการก่อกองไฟใหญ่บูชากันในชุมชน พอถึงวันที่สองจึงจะสนุกสนานกันด้วยการสาดสีใส่กัน

สำหรับพิธี Holika Dhahan นั้นมีตำนานเกี่ยวข้องสองสามเรื่อง แต่ที่รับรู้กันโดยมากก็คือ เรื่องของท้าวหิรัณยกศิปุ ที่ได้รับพรจากพระพรหมว่า เขาจะไม่ตายในบ้านหรือนอกบ้าน ไม่ตายในเวลากลางวันหรือกลางคืน ไม่ตายโดยน้ำมือมนุษย์หรือสัตว์ และไม่ตายด้วยอาวุธหรือมือเปล่า ดังนั้นเขาจึงคิดว่าตนเป็นอมตะแล้ว และอหังการเทียบตนกับมหาเทพ จึงประกาศให้ชาวเมืองบูชาตนเสมือนบูชาองค์พระวิษณุ แต่กลายเป็นว่าคนใกล้ตัวคือลูกชายที่ชื่อ ประลาดะ (Prahlada) ผู้ซึ่งเป็นบุตรที่สุริยเทพประทานมาให้ปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งพ่อ เพราะอสูรน้อยประลาดะมีความภักดีต่อพระวิษณุอย่างแท้จริง

ท้าวหิรัณยกศิปุจึงโกรธและต้องการกำจัดลูกตนนี้ไปเสีย แต่จะฆ่าอย่างไรก็ไม่ตายพระวิษณุทรงคุ้มครอง จนในที่สุดนึกขึ้นมาได้ว่าน้องสาวของตนคือ นางโฮลีกา Holika ได้รับพรว่า อัคคีจะไม่สามารถเผาผลาญนางได้ ท้าวหิรัณยกศิปุจึงออกอุบายให้ นางโฮลีกา อุ้มอสูรน้อยประลาดะไว้บนตักท่ามกลางกองเพลิงที่โหมขึ้นเพื่อหวังฆ่าอสูรน้อย แต่ก็ไม่สำเร็จอีกเช่นเคย พระวิษณุทรงปกป้องอสูรน้อยอยู่เสมอ

หลังจากนั้นพระวิษณุก็ได้อวตารเป็นนรสิงห์มาปราบท้าวหิรัณยกศิปุ (นรสิงห์เป็นอวตารปางที่ ๔ ในนารายณ์ ๑๐ ปาง)

เรื่องราวในตำนานตอนนี้จึงเป็นที่มาของการทำพิธีบูชา Holika Dhahan พิธีนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ว่า ความชั่วไม่มีวันอยู่เหนือความดีไปได้ เสมือนไฟที่ไม่สามารถเผาผลาญอสูรน้อยประลาดะได้ โดยชาวบ้านจะรวมตัวกันก่อกองไฟขึ้นในหมู่บ้าน นำเอาข้าวสาลีใหม่ใส่ในหม้อดิน สุมไว้ในกองฟืนนั้น หลังจากไฟเริ่มมอดลงแล้ว ก็นำเอาข้าวสาลีสุกหอมมาแบ่งปันกัน ลักษณะของข้าวที่สุกแล้วรวมถึงลักษณะของเปลวเพลิงที่ลุกโชน ยังใช้ทำนายถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธ์ในปีต่อไปอีกด้วย (เพราะเทศกาลนี้จัดขึ้นต้นฤดูใบไม้ผลิ ถือเป็นการเฉลิมฉลองเริ่มต้นฤดูการเพาะปลูกครั้งใหม่) ส่วนเถ้าจากกองไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ ถือว่าเป็นของมงคล ชาวบ้านจะนำเอาไปผสมไว้ในเตาไฟที่บ้านตน ให้เกิดควันไฟลอยไปทั่วบ้านเป็นเครื่องรางป้องกันโรคภัยไข้เจ็บให้แก่คนในครอบครัว

การสาดสียังมีอีกความเชื่อที่มาผสมผสานกันว่า พระกฤษณะแกล้งสาดสีใส่พระแม่ราธา เพื่อให้ผิวพระนางสีเข้มขึ้นเหมือนสีผิวขององค์กฤษณะ
ธรรมเนียมการเล่นสาดสีของชาวอินเดียนั้น ยังแสดงถึงมิตรภาพที่ไม่ลืมเลือน ดังนั้นเสื้อผ้าที่เลอะสีแล้ว มักเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ปีหน้า หน่อโพธิ์ มีแผนจะจัดไปเที่ยวเล่นสาดสีกันที่ราชสถานนะคะ ใครอยากไปสนุกกัน เตรียมล็อคเวลาไว้เลย และคอยติดตามเรานะคะ

#เทศกาลโฮลี #สาดสีอินเดีย
@ผู้ติดตาม

โปรแกรมใหม่เอี่ยมอ่อง เที่ยวเมืองยอกยาการ์ตาและเมืองบันดุงในคราวเดียวกัน !! ว๊าว !! นั่งรถไฟหัวจรวด 350 กม./ชม แห่งเดียว...
14/03/2025

โปรแกรมใหม่เอี่ยมอ่อง เที่ยวเมืองยอกยาการ์ตาและเมืองบันดุงในคราวเดียวกัน

!! ว๊าว !! นั่งรถไฟหัวจรวด 350 กม./ชม แห่งเดียวในอาเซียน
* ยลศาสนสถานมรดกโลก 2 แห่ง #บูโรพุทโธ และ #ปราสาทพรัมบานัน
* เปิดประสบการณ์ #เที่ยวปล่องภูเขาไฟ หลุมอุกกาบาต และนั่งจี๊ปตะลุยเส้นทางลาวา (สนุกและเข้าถึงได้ไม่ลำบาก)
* ท้าทายสะพานแขวนยาว 330 เมตร ทอดข้ามปากปล่องภูเขาไฟ
* ชิลกับไร่ชาบนเนินเขา เขียวขจีกว้างสุดลูกหูลูกตา
* เยือนพระตำหนักดาหาปาตี อีกมิติของประวัติศาสตร์ไทยในบันดุง
* ดินเนอร์บนภูเขา ชมแสงดาวที่บูกิตบินตัง ฯลฯ
* ขากลับยังแวะเที่ยวสนามบินชางงี รางวัลสนามบินดีที่สุด 8 ปีซ้อน

เดินทาง 6 วัน 5 คืน ราคา 44,950 บาท
สอบถาม line id : youngbhodi
ดูโปรแกรมเต็มได้ที่ www.norbhoditravel.com/ทัวร์อินโดนีเซีย.html
@ผู้ติดตาม

วันนี้มาว่าด้วยเรื่องบูโรพุทโธกันอย่างจริงจัง นะคะ 😃เจดีย์บูโรพุทโธ หรือ จันทิโบโรบูโดจันทิโบโรบูโด (Candi Borobudur) เป...
12/03/2025

วันนี้มาว่าด้วยเรื่องบูโรพุทโธกันอย่างจริงจัง นะคะ 😃

เจดีย์บูโรพุทโธ หรือ จันทิโบโรบูโด
จันทิโบโรบูโด (Candi Borobudur) เป็นคำเรียก #บูโรพุทโธ ของคนอินโดนีเซีย "จันทิ" นี้มีความหมายว่า วัด เจดีย์ หรือวิหาร ที่มีขนาดใหญ่ ดังนั้นเมื่อเราไปเที่ยวอินโดนีเซีย เราจึงควรเรียกวัดว่า "จันทิ" Candi ทับศัพท์แทน Temple จะเป็นที่เข้าใจของชาวบ้านทั่วไปได้ดี ในขณะที่คำว่า "เจดีย์" ของคนอินโดนีเซีย จะหมายถึง สถานที่ทางศาสนาขนาดเล็ก ที่ใช้สำหรับครอบครัว ตระกูล หรือภายในหมู่บ้านเล็กๆ

จันทิโบโรบูโด เป็นพุทธสถานโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ.1323-1393 (ก่อนนครวัดราว 300 ปี) โดยการอุปถัมภ์ของกษัตริย์ราชวงศ์ไศเรนทร (คำว่า “ไศเรนทรา” แปลว่า เจ้าแห่งขุนเขา)

มีสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่ง ลักษณะแบบมันดาลาของพุทธมหายาน โครงสร้างมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ ตามวิถีความเชื่อชาวพุทธ สร้างจากหินภูเขาไฟราว 2 ล้านก้อน ผ่านห้วงเวลาที่รุ่งเรืองสูงสุดและถูกทิ้งร้าง

แน่นอนตำนานความเชื่อต้องมีคู่กับชุมชน ใครปรารถนาขอพรให้สำเร็จก็มีเคล็ดลับ (ติดตามอ่านเพิ่ม คลิกลิงค์ด้านล่างนะคะ 🧐)

แม้ปัจจุบันอินโดนีเซียจะเป็นเมืองชนมุสลิม แต่ทว่าชาวพุทธในอินโดนีเซียก็ยังจัดงานวิสาขบูชาที่บูโรพุทโธทุกปี ซึ่งเป็นเทศกาลที่มีการแห่แหนกันอย่างยิ่งใหญ่ ดังนั้น บูโรพุทโธจึงยังคงความขลังสำหรับชาวพุทธอยู่ไม่จาง

ก่อนไปเที่ยวบูโรพุทโธควรมีความรู้ เพื่อเราจะได้เที่ยวได้อย่างสนุกมีคุณค่าต่อการเดินทาง และไปมูด้วยสำหรับคนชอบ >> แนะนำอ่านข้อมูลที่เรียบเรียงไว้ให้แล้วที่ https://www.norbhoditravel.com/บูโรพุทโธ.html

@ผู้ติดตาม

😘พาเที่ยวเมืองบันดุง -ยอกยา* บันดุง เป็นเมืองที่ภูมิประเทศสวยงาม อากาศดีทั้งปี มีภูเขาไฟที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เข้าถึง...
11/03/2025

😘พาเที่ยวเมืองบันดุง -ยอกยา
* บันดุง เป็นเมืองที่ภูมิประเทศสวยงาม อากาศดีทั้งปี มีภูเขาไฟที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เข้าถึงได้ไม่ยาก ไร่ชาตามเนินเขา และไร่สตอบอรี่ที่มีรสหวานฉ่ำ สวนดอกไม้ ในพื้นที่เมืองจะได้เห็นต้นไม้ขนาดใหญ่อายุหลายสิบปีถึงเป็นร้อยปี
* รัชกาลที่ ๕ ทรงเสด็จเยือน ๒ ครั้ง และรัชกาลที่ ๗ ก็เสด็จเยือนต่างประเทศครั้งแรก ที่เมืองนี้เช่นกัน
* เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ และครอบครัว ทรงเลือกเป็นที่พักพิงอยู่ถึง ๑๔ ปีเมื่อครั้งเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ ซึ่งเราจะไปตามรอย และรับประทานอาหารที่พระตำหนักดาหาปาตี ที่พระองค์ทรงสร้างไว้เป็นที่ประทับเมื่อครั้งนั้น
* พระธิดาของเจ้าฟ้าบริพัตรฯ ทรงเขียนบรรยายเมืองไว้ว่า มีลักษณะเนินเตี้ยๆ สลับขึ้นลง อากาศดี ดอกไม้สวย วัวนมพันธุ์ดี ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่ต่างจากนั้นนัก และอาหารเครื่องดื่มเกี่ยวกับนมและเบเกอรี่อร่อยมาก
🥰ชวนไปเที่ยวด้วยกันค่ะ คลิก https://www.norbhoditravel.com/ทัวร์อินโดนีเซีย.html
#ทัวร์อินโดนีเซีย #เที่ยวเมืองบันดุง #บูโรพุทโธ
@ผู้ติดตาม

โปรแกรมใหม่เอี่ยมอ่อง เที่ยวเมืองยอกยาการ์ตาและเมืองบันดุงในคราวเดียวกัน 29 พ.ค. - 3 มิ.ย. และ 25-30 ก.ค. 68 วันหยุดต่อเ...
08/03/2025

โปรแกรมใหม่เอี่ยมอ่อง เที่ยวเมืองยอกยาการ์ตาและเมืองบันดุงในคราวเดียวกัน 29 พ.ค. - 3 มิ.ย. และ 25-30 ก.ค. 68 วันหยุดต่อเนื่อง
!! ว๊าว !! นั่งรถไฟหัวจรวด 350 กม./ชม แห่งแรกในอาเซียน นิ่มเกินคาด

* ยลศาสนสถานมรดกโลก 2 แห่ง #บูโรพุทโธ และ #ปราสาทพรัมบานัน
* เปิดประสบการณ์ #เที่ยวปล่องภูเขาไฟ หลุมอุกกาบาต และนั่งจี๊ปตะลุยเส้นทางลาวา (สนุกและเข้าถึงได้ไม่ลำบาก)
* ท้าทายสะพานแขวนยาว 330 เมตร ทอดข้ามปากปล่องภูเขาไฟ
* ชิลและถ่ายภาพกับไร่ชาบนเนินเขา เขียวขจีกว้างสุดลูกหูลูกตา
* เยือนพระตำหนักดาหาปาตี อีกมิติของประวัติศาสตร์ไทยในบันดุง
* ดินเนอร์บนภูเขา ชมแสงดาวที่บูกิตบินตัง ฯลฯ
* ขากลับยังแวะเที่ยวสนามบินชางงี รางวัลสนามบินดีที่สุด 8 ปีซ้อน

#รถไฟความเร็วสูง #เมืองบันดุง #ทัวร์อินโดนีเซีย #เมืองยอกยาการ์ตา
คลิกดูโปรแกรมเต็มที่ https://www.norbhoditravel.com/ทัวร์อินโดนีเซีย.html
@ผู้ติดตาม

ไร่ชาเขียวขจีกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ปลูกอยู่บนเนินเขา ระหว่างทางไปภูเขาไฟคาวาปูติห์ ในเมืองบันดุงไปเที่ยวกัน 29 พ.ค.-3 มิ...
06/03/2025

ไร่ชาเขียวขจีกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
ปลูกอยู่บนเนินเขา ระหว่างทางไปภูเขาไฟคาวาปูติห์ ในเมืองบันดุง
ไปเที่ยวกัน 29 พ.ค.-3 มิ.ย. และ 25-30 ก.ค. 68

#บันดุง #ทัวร์อินโดนีเซีย
@แฟนตัวยง

เที่ยวเส้นทางแปลกใหม่  #บันดุง- #ยอกยา ภูเขาไฟคาวาปูติห์-ภูเขาไฟเมราปี-บูโรพุทโธ-พรัมบานัน วันหยุดต่อเนื่อง ไปเที่ยวกัน*...
04/03/2025

เที่ยวเส้นทางแปลกใหม่ #บันดุง- #ยอกยา
ภูเขาไฟคาวาปูติห์-ภูเขาไฟเมราปี-บูโรพุทโธ-พรัมบานัน วันหยุดต่อเนื่อง ไปเที่ยวกัน

* ว๊าว!! นั่งรถไฟหัวจรวด 350 กม./ชม
* ชมภูเขาไฟ บ่อโคลนเดือด และหลุมอุกกาบาต
* ท้าทายสะพานแขวนยาว 330 เมตร ทอดข้ามปากปล่องภูเขาไฟ
* ชิลและถ่ายภาพกับไร่ชาบนเนินเขา เขียวขจีกว้างสุดลูกหูลูกตา
* เยือนพระตำหนักดาหาปาตี อีกมิติของประวัติศาสตร์ไทยในบันดุง
* นั่งรถไฟสายโรแมนติกเลียบชายหาดเกาะชวา
* พระราชวังสุลต่าน และสำรวจชุมชนเก่า
* สนุกสนานนั่งจี๊ปตะลุยเส้นทางลาวาที่ภูเขาไฟเมราปี (สนุกและเข้าถึงได้ไม่ลำบาก)
* ดินเนอร์บนภูเขา ชมแสงดาวที่บูกิตบินตัง ฯลฯ
* ขากลับยังแวะเที่ยวสนามบินชางงี รางวัลสนามบินดีที่สุด 8 ปีซ้อน

#ทัวร์อินโดนีเซีย #บูโรพุทโธ
สอบถามได้ที่ line id : youngbhodi
คลิกดูโปรแกรมเต็มได้ที่ https://www.norbhoditravel.com/ทัวร์อินโดนีเซีย.html

กลับจากสำรวจเมืองบันดุง ยลปล่องภูเขาไฟที่เข้าถึงได้ง่าย สวยแปลกตาสำหรับคนไทยมากเตรียมพบกับโปรแกรมออกแบบพิเศษเฉพาะหน่อโพธ...
01/03/2025

กลับจากสำรวจเมืองบันดุง ยลปล่องภูเขาไฟที่เข้าถึงได้ง่าย สวยแปลกตาสำหรับคนไทยมาก
เตรียมพบกับโปรแกรมออกแบบพิเศษเฉพาะหน่อโพธิ์ แทรเวล อีกเช่นกัน
จาการ์ต้า-บันดุง-ยอกยาการ์ต้า-บูโรพุทโธ -นั่งรถไฟความเร็วสูง 350 กม./ชม. ฯลฯ
รอชมโปรแกรมละเอียดอีกอึดใจ
@ผู้ติดตาม

อาหารพื้นถิ่นของ  #ชาวแคชเมียร์ ที่เรียกว่า   นั้น แท้จริงแล้วในอดีต ปรุงและเสริฟให้เฉพาะราชวงศ์และชนชั้นสูงเท่านั้นจึงม...
11/02/2025

อาหารพื้นถิ่นของ #ชาวแคชเมียร์ ที่เรียกว่า นั้น แท้จริงแล้วในอดีต ปรุงและเสริฟให้เฉพาะราชวงศ์และชนชั้นสูงเท่านั้น
จึงมีประโยคที่ว่า "Wazwan, The royal food of Kashmir"

Wazwan มาจากคำผสม 2 คำ ‘Waza’ หมายถึงการปรุงอาหาร และ ‘Wan’ ที่มีความหมายถึง ร้านรวง ; ‘Wazwan’ โดยรวมจึงหมายถึง การจัดชุดอาหารสำหรับลานหรือพื้นที่การเฉลิมฉลอง

มีเรื่องเล่าว่า ผู้ที่นำ Wazwan มาสู่แคชเมียร์คือ Timur ราชาของกลุ่มชนเผ่าที่มีเชื้อสายผสมมงโกลกับเตอร์กิส ได้บุกเข้ามาในดินแดนแคชเมียร์ เอาชนะชนฮินดูสถานที่อยู่แต่เดิมได้ Timur ได้นำเอาวิธีการปรุงอาหารจากดินแดนแถบอุซเบกิซสถานเข้ามา เรียกการปรุงนี้ว่า Waza และมีการผสมผสานการปรุงอาหารแบบเปอร์เซีย เตอร์กี และอัฟกัน เข้าด้วยกันอีกชั้นหนึ่ง

การปรุง Wazwan เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ซับซ้อนไม่น้อย
* การเชือดและชำแหล่ะเนื้อสัตว์ที่จะนำมาปรุงจะต้องทำกันตั้งแต่ ตี3 เพื่อให้เสร็จพร้อมก่อนพระอาทิตย์ขึ้น
* Wazwan แท้ๆ ต้องปรุงจากเนื้อแกะเท่านั้น และต้องเป็นเนื้อที่เชือดมาไม่เกิน 1 ชม. ก่อนนำมาปรุง แต่ปัจจุบันก็มีเนื้อชนิดอื่นมาผสมในบางจาน
* อาหารแต่ละจาน (ต่างเมนู) ก็จะใช้เนื้อแกะจากต่างส่วนกัน
* ก่อนนำมาปรุง จะต้องนำเนื้อที่แร่มาแล้ว มาบดให้ละเอียด โดยใช้ค้อนไม้วอลนัททุบเนื้อบนเขียงให้เส้นเอ็นสลายตัว จนเนื้อเละเนียน (ขนาดนำมาปั้นเป็นลูกชิ้นได้)
* เครื่องปรุงต่างๆ ใช้สมุนไพร ใบไม้ และเกสรดอกไม้ นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากับเนื้อก่อนนำไปปรุงสุกเป็นเมนูอื่นๆ
* การปรุงก็ต้องใช้เตาฟืนที่ทำจากไม้ที่ให้ผล (เช่น วอลนัท แอปเปิ้ล ) ปรุงในภาชนะที่ทำจากโลหะผสมทองแดง
* หัวใจอีกอย่างของการปรุง Wazwan คือ น้ำต้มเนื้อน้ำแรกที่ใส่เกลือไปด้วย จะใช้น้ำซุปนี้ผสมในอาหารทุกๆ จาน
* สิ่งที่ขาดไม่ได้เป็นเหมือนจิตวิญญาณของ Wazwan ทุกจาน คือ หัวหอม กระเทียม พริก

> ธรรมเนียมการกินอาหาร Wazwan นั้น จะนั่งล้อมวงกันวงละ 4 คน นั่งบนพื้นที่ปูด้วยพรม และมีผ้าสีขาววางรองสำรับอาหารอีกชั้นหนึ่ง
> ในวงรับประทาน จะมีหม้อรูปร่างคล้ายนาฬิกาทราย เรียกว่า Tasht-e-Naer ใส่น้ำอุ่นเอาไว้ล้างมือ น้ำจะไหลจากส่วนปากกว้างด้านบน ลงไปเก็บไว้ในกระเปาะฐานด้านล่าง

สำหรับอาหารจานแรกเป็นจานใหญ่ผสมหลายอย่างเรียกว่า Tream ทั้งสี่คนจะใช้มือเปิบกินร่วมกัน ในจานเดียวกัน
Tream ประกอบด้วย ข้าว, อาหารที่ปรุงจากไส้, Seekh Kebab (เคบับ มีลักษณะเหมือนใส้กรอกหรือลูกชิ้นเสียบไม้) , อาหารส่วนซี่โครง, และเนื้อไก่
Tream จะถูกนำมาวางไว้ก่อนแขกจะเข้ามา แต่จะปิดด้วยฝาที่ทำจากโลหะผสมทองเแดง เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารเย็นชืดเสียก่อน

จากนั้น ผู้อาวุโสที่สุดในครอบครัวเจ้าภาพจะเป็นผู้นำสวด ก่อนเริ่มรับประทาน แล้วอาหารจานอื่นๆ ก็จะทยอยตามมา ทั้งชุดมี 21 จาน ล้วนปรุงจากเนื้อสัตว์ โดยมีเนื้อแกะเป็นหลัก
การไม่รับประทานอาหารเหล่านี้ ถือเป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าภาพอย่างยิ่ง อาจถึงขั้นโกรธกันเลยก็เป็นได้

* เมื่อจบมื้ออาหาร ตามธรรมเนียมมักจะเปล่งเสียงสรรเสริญเยินยอว่า โอว! นี่คือสวรรค์บนพื้นโลก สวรรค์อยู่ที่นี่แล้ว

คนแคชเมียร์ก็เหมือนกับคนอินเดียทั่วไป คือรับประทานอาหารด้วยมือ การสัมผัสคือการสร้างความสัมพันธ์กับจิตวิญญาณของธรรมชาติที่มีในอาหาร การปรุงโดยเฉลี่ยจะเตรียมเนื้อสัตว์ 2 กก. ต่อ 1 คน ไม่รวมข้าว เครื่องปรุงรสเผ็ด และนมข้นเปรี้ยว (curd)

ด้วยกระบวนการปรุงและเสริฟ Wazwan ต้องใช้เวลาและความทุ่มเทอย่างมีขั้นตอนและพิธีรีตอง ปัจจุบันการจัดเลี้ยงอาหารชุด Wazwan จึงมักจัดในโอกาสพิเศษ เช่น งานแต่งงาน และต้องมีการวางแผน จองหัวหน้าพ่อครัวและทีมงานกันล่วงหน้าเป็นเดือนเลยทีเดียว

ตัวอย่างรายการอาหารจานต่างๆ ในชุด Wazwan
1) Methi Mazz : มักเสริฟเป็นจานแรกต่อจาก Tream ปรุงจากเนื้อส่วนท้องและใส้ เสริมรสด้วยพริกและนมข้นเปรี้ยว
2) Daniwal Korma : ปรุงในลักษณะที่คนไทยเรียกว่า แกงกุรม่า คือ นำเนื้อมาตุ๋นด้วยเนยใสและน้ำนมเปรี้ยว ใส่ผักชีลา
3) Sabz Haakh : นำเอาผักที่เราเรียกว่า ปวยเล้ง มาต้มกับน้ำมันมัสตาร์ดและพริก
4) Rogan Josh : Rogan = ไขมัน/น้ำมัน, Josh = ความร้อนสูง เป็นการนำเอาเนื้อส่วนหัวไหล่มาปรุงในน้ำมันด้วยความร้อนสูง ใส่ผงสะระแหน่ เกสรดอกไม้ นมข้นเปรี้ยว และผงพริกปรุงรสของแคชเมียร์
5) Goshtaba : เนื้อที่ปั้นกลมๆ เหมือนลูกชิ้น นำมาต้มในน้ำ (กลายเป็นน้ำซุป) ผสมนมเปรี้ยว ใส่ลูกกระวาน ผงขิง และผงยี่หร่า
6) Marchwagun Korma : ปรุงเหมือนแกงกุรม่า แต่ใส่พริกเยอะๆ เป็นจานที่เผ็ดร้อนที่สุดจานหนึ่งในชุด wazwan
7) Doon Chetin : ส่วนผสมหลักในจานนี้ คือ วอลนัทที่ปรุงหรือหมักด้วยน้ำส้มสายชูและเครื่องเทศ (เรียกว่า Chutney) เป็นเครื่องปรุงที่ช่วยปรับสมดุลร่างกาย
8 ) Masheid Al Chetin : ส่วนผสมหลักเป็นพวก chutney เหมือนกัน แต่ทำจากฟักทอง อินทผลัม กระวาน ผลไม้แห้ง และน้ำผึ้ง มาหมัก
9) Kashmiri Pulao : ข้าวบาสมาติหุงด้วยนมและเนยใสผสมหญ้าฝรั่น (แซฟฟรอน) และผลไม้แห้ง
10) Tabakh Maaz : ซี่โครงทอดด้วยเนยใส จากนั้นก็นำไปเคี่ยวกับโยเกิร์ตจนแห้ง
11) Aab Gosht : กระดูกอ่อนซี่โครงนำมาต้มในนม ใส่กระวานและหญ้าฝรั่น

ชวนคลิกชมภาพเมนูต่างๆ ประกอบ และหากสนใจวิธีการปรุง สามารถนำชื่อเมนูด้านบนไปเสริชดู ท่านจะได้พบความอเมซซิ่งของ Wazwan อีกระดับหนึ่ง 🤓🥰

@ผู้ติดตาม

ก่อนที่เราจะไปเช่าชุดพื้นเมืองแคชเมียร์ใส่ถ่ายรูปกันตอนเที่ยว มาทำความรู้จักเขาสักนิดค่ะPheran หรือ เพรัน เป็นชุดประจำถิ...
03/02/2025

ก่อนที่เราจะไปเช่าชุดพื้นเมืองแคชเมียร์ใส่ถ่ายรูปกันตอนเที่ยว มาทำความรู้จักเขาสักนิดค่ะ

Pheran หรือ เพรัน เป็นชุดประจำถิ่นที่คนแคชเมียร์สวมใส่มาตั้งแต่ราว คศต. 16 มาถึงปัจจุบันก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปนัก มีลักษณะเป็นเสื้อคลุมยาว ถ้าเป็นชายมักยาวถึงข้อเท้า ส่วนหญิงก็แค่ปิดเข่าหรือครึ่งแข้ง จุดประสงค์คือเป็นเสื้อคลุมกันหนาว (ภายในสวมเสื้ออีกชั้นเรียกว่า ปู๊ด ตัดเย็บหลวมๆ แบบเพรัน แต่ใช้เนื้อผ้าที่เบาบางกว่า) เพรันมักทอด้วยฝ้ายไว้ใส่หน้าร้อน และทอด้วยฝ้ายผสมขนสัตว์ไว้ใส่หน้าหนาว

เพรันฝ่ายชาย มักเป็นสีเทา สีน้ำตาล พื้นๆ แต่ถ้าเป็นของฝ่ายหญิงจะมีสีสันขึ้นมาหน่อย

วัฒนธรรมของหญิงแคชเมียร์ก็คล้ายๆ ชาวเขาบ้านเรา ที่พอลูกสาวจะแต่งงาน แม่และญาติพี่น้อง ต้องช่วยกันลงมือทำชุดสวยที่สุด ส่งมอบให้เป็นของขวัญ เพรันสำหรับเจ้าสาว จึงมักทำด้วย ผ้ากำมะยี ผ้าขนสัตว์ หรือ ผ้าพาสมีนา ที่มีการปักตกแต่งอย่างสวยงามปราณีต

วัฒนธรรมการสวมเพรันนี้ ประยุกต์มาจากครั้งอดีตอันไกลโพ้นที่ชาวแคชเมียร์ใช้หนังส้ตว์มาทำเครื่องนุ่งห่มแบบง่ายๆ ต่อมาเมื่อชาวมุสลิมเข้ามามีอิทธิพลในดินแดนี้ ก็ได้นำเอาวัฒนธรรมการแต่งกายแบบเปอร์เซีย และอัฟกันเข้ามา ผสมผสานจนมีลักษณะแบบเพรันที่เราเห็นในปัจจุบัน

ไม่ว่าจะเป็นชาวแคชเมียร์มุสลิม หรือแคชเมียร์ฮินดู ในอดีตก็สวมเพรันเหมือนกัน

(หมายเหตุไว้ก่อนว่า แคชเมียร์นี้เคยเป็นดินแดนของชาวพุทธและฮินดู มาก่อนที่มุสลิมจะเข้ามามีอิทธิพล วัดพุทธอาจล่มสลายไปหมดแล้ว แต่วัดฮินดูโบราณและซากปรักหักพังยังคงมีให้เห็นถึงความรุ่งเรืองในอดีต ปัจจุบันเทือกเขาในแคชเมียร์ยังคงเป็นสถานที่แสวงบุญของชาวฮินดูที่ต้องมาทุกปี ในยุคโบราณนั้นเมื่อชาวมุสลิมเข้ามามีอำนาจ และกษัตริย์บางพระองค์มีความสุดโต่งเรื่องศาสนา จึงทำการบังคับกดดันหลายรูปแบบ ในที่สุดชาวพุทธและฮินดู ต้องย้ายหนี หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นมุสลิม ในปัจจุบันถ้าเราไปเดินเล่นเจาะลึกในเมืองศรีนคร จะเห็นบ้านสวยๆ แบบผู้ดีเก่า ที่ถูกทิ้งร้างไว้มาก เขาบอกว่าคือบ้านคหบดีฮินดู ที่ไม่สามารถอยู่ในวงแวดล้อมของมุสลิมสุดโต่งได้ น่าจะคล้ายๆ ชาวพุทธบ้านเราที่มีข่าวว่า หนีออกจากพื้นที่ชายแดนใต้ แต่ทว่าก็เป็นเฉพาะในพื้นที่แคชเมียร์นะ ส่วนพื้นที่จัมมูร์ ยังมีชาวฮินดูอยู่เยอะ และพื้นที่เลห์-ลาดัก ก็มีฮินดูและพุทธอยู่เยอะเช่นกัน)

กลับมาที่เครื่องแต่งกาย นอกจากเสื้อคลุมแล้ว วัฒนธรรมของคนแคชเมียร์ต้องมีหมวกหรือเครื่องประดับศีรษะด้วย ซึ่งก็ปริวรรตมาจากวัฒนธรรมของชาวมุสลิมนั่นเอง

สตรีชาวมุสลิมแคชเมียร์สวมเครื่องประดับศีรษะที่เรียกว่า "กาซาบา" มีผ้าโพกศีรษะและติดเข็มกลัด และมีผ้าคลุมศีรษะที่ทำจากผ้าพัชมีนาหรือผ้าไหมติดไว้ที่ด้านบนของกาซาบาซึ่งยาวลงมาทางด้านหลังคอ สำหรับสตรีสูงศักดิ์ กาซาบา จะประดับด้วยอัญมณีล้ำค่าและทองคำ

ส่วนสตรีฮินดูแคชเมียร์จะสวม " ทารังกา " ซึ่งเป็นเครื่องประดับศีรษะที่ค่อยๆ เล็กลงที่ด้านหลังจนถึงส้นเท้า

ปัจจุบันชายนิยมสวมเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ด้านใน คลุมทับด้วยเพรัน เป็นชุดทำงานหน้าหนาวที่สะดวกมาก ส่วนหญิงประยุกต์ยิ่งกว่ากลายเป็นแฟชั่นสวยงามไปเลย

ใครไปเที่ยวแคชเมียร์ หากมีเวลาชมสวมโมกุลแบบเนิบ ๆ หน่อย ก็แนะนำลองเช่าชุดพื้นเมืองแคชเมียร์ใส่ถ่ายภาพคู่กับความงามของสวน ก็เป็นสิ่งที่น่าประทับใจทีเดียว

#แคชเมียร์ #การแต่งกายของคนแคชเมียร์ #ประวัติศาสตร์แคชเมียร์
@ผู้ติดตาม

เที่ยวแคชเมียร์แบบละเอียด มีเวลาอินอย่างเต็มที่* กรุ๊ปเล็ก 10 ท่าน เหมือนเที่ยวเอง แต่มีคนดูแล* 7 วัน 4 คืน (เฉพาะแคชเมี...
02/02/2025

เที่ยวแคชเมียร์แบบละเอียด มีเวลาอินอย่างเต็มที่
* กรุ๊ปเล็ก 10 ท่าน เหมือนเที่ยวเอง แต่มีคนดูแล
* 7 วัน 4 คืน (เฉพาะแคชเมียร์) และ 9 วัน 6 คืน (แคชเมียร์-เดลลี-อัครา)
* บินโดย TG หรือ AI full Service
* ช่วงเวลาดีที่สุดของปี ตรงเทศกาลทิวลิปบานสะพรั่งนับแสนแสนดอก
* ที่พักคัดสรรคุณภาพ นอนที่พาฮาลแกรม 1 คืน ให้สัมผัสกับธรรมชาติที่เปรียบกับสวิตเซอร์แลนด์อย่างเต็มที่
* พานั่งรถจี๊ปเข้าสู่หมู่บ้านในหุบเขาอาลู ที่ยังบริสุทธิ์มากๆ
* ชมความงามของบีตับวัลเล่ย์ ที่เป็นฉากยอดฮิตของบอลลีวู้ด
* แวะถ่ายภาพที่ทุ่งมัสตาร์ด สวนเชอร์รี่ ชิมแอปเปิ้ลแคชเมียร์ ที่หวานกรอบอร่อยมาก
* พาชมวัดฮินดูโบราณอายุหลายร้อยปี และมัสยิดโบราณตกแต่งแบบศิลปะเปเปอร์มาเช่แบบเปอร์เซีย และที่เก็บมัสสุธาตุของศาสนามุฮัมมัด
ฯลฯ
* สำหรับทริปไปต่อเดลลี-อัครา : พากราบพระบรมสารีริกธาตุส่วนของศากยะ (ชุดเดียวกับที่อินเดียแบ่งส่วนหนึ่งให้ไทย บรรจุที่ภูเขาทอง)
* มหาวิหารอัครซาดรัม สิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่ของอินเดีย
* บ่อ Stepwell ภูมิปัญญาโบราณของคนอินเดีย
* พระราชวังอัคราฟอร์ต
* สุสานพระเจ้าอักบาร์มหาราช ที่น้อยคณะจะพาไปชม
* จะดีไหมที่ได้ชมทัชมาฮาลยามเช้าตรู่

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line Id และเบอร์โทรที่ระบุในหน้าโฆษณา
หรือส่งข้อความหาเรา
#แคชเมียร์ทิวลิปบาน #ทัชมาฮาล #ทัวร์อินเดีย #มหาวิหารอัครซาดรัม

02/02/2025

วันอาทิตย์สบายๆ Chill in India Lake https://www.facebook.com/share/v/15WshBng8K/
#ทะเลสาบดาลแคชเมียร์ #เที่ยวแคชเมียร์อย่างแตกต่าง
@ผู้ติดตาม

01/02/2025

บรรยากาศคลาสสิก สบายๆ ยามเช้าในทะเลสาบดาล แคชเมียร์ เราจะได้ไปสัมผัสแน่นอน 23-31 มี.ค. (แคชเมียร์-เดลลี-อัครา) และ 4-10, 11-17 เมษายน 2568 (เฉพาะแคชเมียร์) https://www.facebook.com/share/p/19gRzng1BC/
@ผู้ติดตาม

เปิดทริปเดินทางแคชเมียร์ อีก 2 ช่วง* 4-10 และ 11-17 เมษายน 2568* 7 วัน 4 คืน บินโดยสายการบินไทย หรือแอร์อินเดีย full Ser...
30/01/2025

เปิดทริปเดินทางแคชเมียร์ อีก 2 ช่วง
* 4-10 และ 11-17 เมษายน 2568
* 7 วัน 4 คืน บินโดยสายการบินไทย หรือแอร์อินเดีย full Service
* กรุ๊ปเล็ก 10 ท่าน เที่ยวละเอียด เจาะลึก
* ช่วงเวลาดีที่สุดของปี ตรงเทศกาลทิวลิปบานสะพรั่งนับแสนแสนดอก
* ที่พักคัดสรรคุณภาพ นอนที่พาฮาลแกรม 1 คืน ให้สัมผัสกับธรรมชาติที่เปรียบกับสวิตเซอร์แลนด์อย่างเต็มที่
* พานั่งรถจี๊ปเข้าสู่หมู่บ้านในหุบเขาอาลู ที่ยังบริสุทธิ์มากๆ
* ชมความงามของบีตับวัลเล่ย์ ที่เป็นฉากยอดฮิตของบอลลีวู้ด
* แวะถ่ายภาพที่ทุ่งมัสตาร์ด สวนเชอร์รี่ ชิมแอปเปิ้ลแคชเมียร์ ที่หวานกรอบอร่อยมาก
* พาชมวัดฮินดูโบราณอายุหลายร้อยปี และมัสยิดโบราณตกแต่งแบบศิลปะเปเปอร์มาเช่แบบเปอร์เซีย และที่เก็บมัสสุธาตุของศาสนามุฮัมมัด
ฯลฯ
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line Id และเบอร์โทรที่ระบุในหน้าโฆษณา
หรือส่งข้อความหาเรา
#แคชเมียร์ทิวลิปบาน

เมื่อครั้งเดินทางไปแคชเมียร์เมื่อเมษายน ปี 2562 ได้เห็นทหารอินเดียตั้งค่ายตามท้องถนนทั่วไปหมด เวลาไกด์สื่อสารกับเราก็ฟัง...
17/01/2025

เมื่อครั้งเดินทางไปแคชเมียร์เมื่อเมษายน ปี 2562 ได้เห็นทหารอินเดียตั้งค่ายตามท้องถนนทั่วไปหมด เวลาไกด์สื่อสารกับเราก็ฟังดูแปลกๆ พูดแทนตัวเองว่าแคชเมียร์ และพูดแทนทหารเหล่านั้นว่า อินเดีย เหมือนไม่ใช่คนประเทศเดียวกัน ก่อนหน้านั้นมีข่าวระเบิดฆ่าตัวตายทำให้ทหารเสียชีวิตจำนวนมาก ลือว่า เป็นฝีมือปากีสถาน และเป็นช่วงที่ใครๆ ก็กลัวการไปเที่ยวแคชเมียร์ แม้คนแคชเมียร์จะยืนยันว่า พวกเขาดูแลนักท่องเที่ยวอย่างดีที่สุด (ช่างต่างกับในช่วงเวลานี้ที่ไฟล์ทบินแพง โรงแรมเต็มหมด)

ทำไมคน #แคชเมียร์ จึงรู้สึกแปลกแยกจากอินเดีย?

ในอดีตอันไกลโพ้น ผู้คนในดินแดนนี้นับถือศาสนาพุทธและฮินดู (ปัจจุบันก็ยังเป็นที่แสวงบุญของชาวฮินดู)
ต่อมาด้วยฤทธิ์ทางการเมือง การลุแก่อำนาจของกษัติย์มุสลิมได้บังคับขู่เข็ญ ให้ประชาชนเปลียนมานับถืออิสลาม
หลายชั่วอายุคนผ่านไป คนแคชเมียร์กลายเป็นผู้ศรัทธาอัลเลาะห์อย่างเต็มเปี่ยม

เวลาต่อมากลุ่มชาวซิกข์ได้เข้ามามีบทบาทและปกครองดินแดนนี้ (ปัจจุบันก็มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวซิกข์ ที่มาแสวงบุญด้วยเช่นกัน)
แต่ชาวซิกข์ไม่ใช่แค่ชนผู้เคร่งในศาสนาเท่านั้น พวกเขาเป็นนักรบด้วย และต้องการแบ่งแยกเป็นดินแดนปกครองของตนเองเช่นกัน
จึงเกิดศึกกับอังกฤษเข้าปราบปราม อังกฤษชนะ แต่ไม่ได้ปกครองเอง กลับให้ราชาฮินดูเข้าปกครอง

ในปีค.ศ. 1947 เมื่ออังกฤษจะมอบเอกราชให้อนุทวีปอินเดีย ก็วางหมากให้เกิดการแบ่งเป็น 2 ประเทศ คือ อินเดียและปากีสถาน โดยอ้างเรื่องชนที่นับถือศาสนาต่างกัน

มหาราชาฮินดูที่ปกครองแคชเมียร์ คิดไม่ตกว่าจะไปเข้ากับฝ่ายไหนดี เพราะประชาชนส่วนใหญ่นับถืออิสลาม แต่พระองค์เป็นฮินดู
ปากีสถานไม่รอช้า ส่งทหารเข้ายึด เกิดศึกสงครามทั้งระหว่างดินแดน และระหว่างประชาชนที่นับถือศาสนาต่างกันภายในรัฐแคชเมียร์เอง
มหาราชาฮาริ สิงห์ ลงนามในสัญญาสงบศึกกับปากีสถาน แต่ทว่าเวลานั้นปากีสถานก็ยึดแคชเมียร์ได้บางส่วนแล้ว

ต่อมามหาราชาได้ตัดสินใจนำดินแดนเข้าอยู่ภายใต้รัฐบาลอินเดีย เพื่อหวังความช่วยเหลือด้านการทหาร แต่ก็มีข้อแม้พิเศษมากคือ
รัฐซัมมูร์และแคชเมียร์ ต้องมีเอกสิทธิ์ในการปกครองตนเอง มีรัฐธรรมนูญ กฏหมายของตนเอง ที่ดินบ้านเรือนในรัฐจะซื้อขายเปลี่ยนมือได้เฉพาะกับคนของรัฐเท่านั้น
รัฐบาลกลางดูแลเฉพาะเรื่องการทหาร การต่างประเทศ และค่าเงิน เท่านั้น

ไม่ใช่แต่ปากีสถานเข้ายึดแคชเมียร์เท่านั้น อีกด้านก็ถูกจีนรุกล้ำเข้ามายึดเอาบางส่วนด้วย

ดังนั้นเมื่อมหาราชาตัดสินใจยกซัมมูร์และแคชเมียร์ รวมถึงลาดัคห์ เข้ากับรัฐบาลอินเดีย จึงเป็นปมให้เกิดความขัดแย้งระหว่าง อินเดีย-ปากีสถาน และอินเดีย-จีน อย่างต่อเนื่องยาวนาน

ดูภาพในแผนที่ประกอบจะเห็นแคชเมียร์ตะวันตกที่ยังอยู่ในพื้นที่ปกครองของปากีสถาน และส่วน Aksai chin ที่ปัจจุบันก็ยังมีกรณีพิพาทกับจีน มีการสู้รบกันหลายครั้ง จนเพิ่งได้มีข้อตกลงสงบศึกกันเมื่อช่วงตุลาคม 2567 นี้เอง ต่างฝ่ายจึงต่างถอยออกจากพื้นที่ ปล่อยให้เป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีข้อสรุปกันต่อไปก่อน

ด้วยความที่แคชเมียร์มีความเป็นเอกเทศด้านการปกครองมาอย่างยาวนาน มีภาษาถิ่น มีศาสนาและอัตลักษณ์เฉพาะตัว พวกเขาจึงรู้สึกเสมือนว่าพวกเขาเป็นคนละส่วนกับอินเดีย และใกล้ชิดกับปากีสถานที่นับถืออิสลามเหมือนกันมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ประชาชนในเขตซัมมูร์ และลาดัคห์ที่เป็นชาวพุทธ กลับมีความรู้สึกใกล้ชิดอินเดียมากกว่า

แต่ทว่าเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 รัฐบาลอินเดียได้ตัดสินใจเรื่องใหญ่ คือยกเลิกการอนุญาตให้รัฐซัมมูร์และแคชเมียร์มีรัฐธรรมนูญของตัวเอง และให้นำรัฐนี้เข้าสู่คำว่า "ดินแดนสหภาพ" หมายถึงต้องใช้กฏหมายและรัฐธรรมนูญส่วนกลาง และเปิดให้ผู้คนภายนอกรัฐเข้ามาครอบครองซื้อขายที่ดินในรัฐได้ และเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่าง

แน่นอนว่า เกิดความวุ่นวายในระดับหนึ่ง แต่รัฐบาลก็มั่นใจว่า จะเป็นหนทางในการเข้ามาพัฒนาดินแดนส่วนนี้ ป้องปรามอิทธิพลของนักการเมืองท้องถิ่น และขจัดปัญหาการแบ่งแยกดินแดนลงได้

ความชัดเจนและผลลัพธ์ุเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ปัจจุบันการท่องเที่ยวแคชเมียร์คึกคักมาก ทั้งนักท่องเที่ยวจากทั่วอินเดีย และต่างชาติ ต่างหลั่งไหลมาชื่นชมดินแดนแห่งนี้ โรงแรมเปิดขึ้นมากมาย ในฤดูท่องเที่ยวก็เต็ม ไฟลท์บินแพง

แน่นอน !! 2-3 ปีมานี้ แคชเมียร์กลายเป็นหมุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งของคนไทย ใครไม่ไปถือว่าพลาด
ยืนยันว่า สวยมาก สมคำร่ำลือ สวรรค์บนพื้นโลก และสวิสเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย

หน่อโพธิ์พาไปเจาะลึกกว่าใคร 23-31 มีนาคม (รวมเดลลี-อัครา) /
และเฉพาะแคชเมียร์ 4-10 และ 11-17 เมษายน 2568

#พื้นที่ขัดแย้งจัมมูร์แคชเมียร์ #อินเดียปากีสถาน #แคชเมียร์สวรรค์ที่สัมผัสได้จริง
@แฟนตัวยง

ว่าด้วยเรื่องพระบรมสารีริกธาตุส่วนของศากยะวงศ์ ที่เราจะได้ไปกราบไหว้และเห็นองค์จริงชัดๆ ปลายเดือนมีนาคมนี้ ในทริป แคชเมี...
15/01/2025

ว่าด้วยเรื่องพระบรมสารีริกธาตุส่วนของศากยะวงศ์ ที่เราจะได้ไปกราบไหว้และเห็นองค์จริงชัดๆ ปลายเดือนมีนาคมนี้ ในทริป แคชเมียร์-เดลลี-อัครา

@ผู้ติดตาม

ภาพในวันสุดท้ายของทริปพนมเปญ-โบโก-ฟูก๊วก ถ่ายรูปกันที่หมู่บ้านทรงยุโรป สไตล์เวนิสที่มีคลองไหลและนั่งเรือพายชมบรรยากาศอีก...
08/01/2025

ภาพในวันสุดท้ายของทริปพนมเปญ-โบโก-ฟูก๊วก
ถ่ายรูปกันที่หมู่บ้านทรงยุโรป สไตล์เวนิสที่มีคลองไหลและนั่งเรือพายชมบรรยากาศ
อีกมุมหนึ่งก็เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมแบบเวียดนามดั้งเดิม
ใกล้ๆ กันเป็นสวนที่มีภาพประติมากรรมแปลกตา
ก็ถ่ายรูปกันสนุกค่ะ แม้จะร้อนไปสักหน่อยเหงื่อซึมกันทั่วหน้า แต่แดดอย่างนี้ถ่ายรูปได้แจ่มเลยล่ะ
ท่านใดที่สนใจชมภาพและตามรอยตั้งแต่วันแรกของทริปจนจบวันที่ห้า เข้าไปดูภาพได้ในอัลบั้มนี้เลยค่ะ
และหากสนใจเดินทางโดยจัดกรุ๊ปเฉพาะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางกล่องข้อความ 😃

@ผู้ติดตาม

😇พาชมวัดโฮกวก วัดสวยบนเกาะฟูก๊วกที่หันหน้าออกสู่ทะเลอ่าวไทยเป็นวันที่แดดดีมาก ถ่ายรูปได้แจ่ม แต่ก็ร้อนนะ :P😍ต่อจากไหว้พร...
03/01/2025

😇พาชมวัดโฮกวก วัดสวยบนเกาะฟูก๊วกที่หันหน้าออกสู่ทะเลอ่าวไทย
เป็นวันที่แดดดีมาก ถ่ายรูปได้แจ่ม แต่ก็ร้อนนะ :P
😍ต่อจากไหว้พระแล้ว ก็ถึงไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอย นั่งกระเช้าข้ามทะเลที่ยาวที่สุดในโลก รับประทานบุฟเฟ่ต์อาหารกลางวัน เล่นเครื่องเล่นและสวนน้ำ (แต่สมาชิกส่วนใหญ่เลือกที่จะนั่งหลบร้อน จิบกาแฟในห้องแอร์เย็นๆ เสียมากกว่า)
🥰บ่ายแก่ นั่งกระเช้ากลับมายังฝั่งเกาะใหญ่ ถ่ายรูปประติมากรรมแบบโรมัน แล้วก็ไปชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าลงสู่ทะเลกันที่สะพานจูบ
😉เป็นอันหมดวันที่จัดแต็มกิจกรรม ทำเอาหลับสนิทกันทั้งคืน
@ผู้ติดตาม

ที่อยู่

53/151 ถนนแจ้งวัฒนะ ต. บางตลาด อ. ปากเกร็ด จ. นนทบุรี
Bangkok
11120

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66616289450

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หน่อโพธิ์ แทรเวล ทัวร์แสวงบุญ ศิลปวัฒนธรรมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง หน่อโพธิ์ แทรเวล ทัวร์แสวงบุญ ศิลปวัฒนธรรม:

วิดีโอทั้งหมด

แชร์

Our Story

"หน่อโพธิ์ แทรเวล" ชื่อนี้มีที่มาจาก "โพธิ์" ต้นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของคุณธรรมและปัญญา ใต้ร่มเงาของโพธิ์เป็นที่พักผิงคลายร้อนของผู้แรมทางฉันใด "หน่อโพธิ์ แทรเวล" ก็มีเป้าหมายจะเติบโตขึ้น ให้มีคุณประโยชน์เหมือนดังต้นโพธิ์ เราจึงมุ่งมั่นทำธุรกิจอย่างซื่อสัตย์ จริงใจ และนำเสนองานคุณภาพ เพื่อความสุขอย่างมีคุณค่าแก่ทุก ๆ ท่าน